
|
ประกันการรักษาพยาบาลของรัฐ |
|
4-3 ประกันสุขภาพของพลเมือง
(1) ขอบข่ายของผู้เข้าประกันตน
หมายถึง ผู้ที่สถานที่ทำงานไม่มีประกันสุขภาพและประสงค์ที่จะเข้าประกันสุขภาพ ในกรณีคนต่างชาติสามารถเข้าประกันตนได้เช่นเดียวกัน โดยต้องเป็นผู้ที่มีสถานภาพการพำนักเป็นระยะเวลามากกว่า1ปี (ยกเว้นผู้มีสถานภาพการพำนักสถานะภาพ[การพำนักระยะเวลาสั้น]และโปรดระวังเนื่องจากผู้มีระยะเวลาการพำนักตอนเข้าประเทศเป็นครั้งแรกไม่ถึง 1ปี แต่ภายหลังได้รับอนุมัติให้การพำนักเกิน 1 ปี จำเป็นจะต้องเข้าประกันตนในระบบประกันสุขภาพของพลเมือง
*จากผลบังคับใช้ข้อตกลงร่วมระหว่างญี่ปุ่นและอเมริกาเมื่อวันที่
1 ตุลาคม 2005
บุคคลที่อยู่ภายใต้กฎหมายที่รัฐบาลสหรัฐจะรับผิดชอบค่าแพทย์ให้
และได้รับการรับรองจากสำนักงานความมั่นคงทางสังคมของอเมริกา
(US Social Security Administration) ว่าได้เข้าประกันตนในระบบประกันที่เหมาะสมเพื่อประกันค่าใช้จ่ายจากการรับการรักษาพยาบาลที่ญี่ปุ่นได้
ซึ่งบุคคลที่อยู่ในข่ายนี้ไม่จำเป็นต้องเข้าประกันตนในระบบประกันสุขภาพของพลเมือง
(2) กระบวนการเข้าประกันตน
ท่านสามารถเข้าโครงการประกันสุขภาพโดยติดต่อได้ที่แผนกประกันสุขภาพของพลเมืองในเทศบาลที่ท่านได้ลงทะเบียนบุคคลต่างด้าว
| เอกสารที่จำเป็น |
บัตรประจำตัวบุคคลต่างด้าว |
ผู้มีระยะเวลาพำนักไม่ถึง1 ปี ต้องใช้เอกสารที่รับรองการพำนักที่ญี่ปุ่นมากกว่า
1ปี
(ใบอนุญาตให้เข้าเรียน,เอกสารรับรองการเข้าเรียน
เป็นต้น) |
(3)
บัตรประกันสุขภาพ (บัตรประกันสุขภาพของพลเมือง)
เมื่อเข้าประกันตนจะได้รับ[บัตรประกันสุขภาพของพลเมือง]เนื่องจากเป็นสิ่งใช้แสดงการประกันตนดังนั้นควรเก็บรักษาให้ดี
ที่บัตรประกันสุขภาพมีการระบุ
ชื่อ-นามสกุล,ที่อยู่ของผู้ประกันตนไว้ เมื่อเข้ารับการตรวจต้องยื่นบัตรประกันสุขภาพที่ช่องบริการของสถานพยาบาล ควรพกบัตรติดตัวไปเวลาเที่ยวภายในประเทศญี่ปุ่น
นอกจากนี้ยังไม่สามารถให้ผู้อื่นยืม หรือขายต่อ
บัตรประกันสุขภาพได้
(4) เกณฑ์การจ่ายเงินที่สถานพยาบาล
รับผิดชอบค่าแพทย์ 30 เปอร์เซ็นต์ในกรณีที่เข้ารับการรักษาเนื่องจากเกิดการเจ็บป่วย
แต่เมื่อมีอายุ 70ปีขึ้นไปรับผิดชอบค่าใช้จ่าย10หรือ30เปอร์เซ็นต์ซึ่งจะขึ้นอยู่กับรายได้
นอกจากนี้ทารกอายุ 0-2 ปีจ่าย20 เปอร์เซ็นต์
●เกณฑ์การจ่ายเงิน
| ผู้อายุไม่ถึง
3 ปี |
20%ของค่าแพทย์ |
| ผู้ที่มีอายุตั่งแต่
3ปีแต่ไม่เกิน 70ปี |
30%ของค่าแพทย์ |
| ผู้มีอายุ
70 ปีขึ้นไป |
10%ของค่าแพทย์ (คนที่มีรายได้มากกว่าที่กำหนด30%) |
(5) เบี้ยประกัน
ค่าเบี้ยประกันชำระเองตามระยะเวลาที่กำหนดโดยผ่านสถาบันทางการเงิน
เป็นต้น
มีวิธีการจ่ายเงินโดยนำ[ตั๋วจ่ายเงิน]ที่ได้รับไปจ่ายเงินที่เทศบาล
หรือใช้บริการ[การโอนจากบัญชี]ของสถาบันการเงิน
บางกรณีอาจจะมีผู้มารับเบี้ยประกัน
ค่าเบี้ยประกันนั้นมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่เทศบาลแต่ละแห่ง
และจะมีการกำหนดทุกปีโดยยึดจากรายรับ และจำนวนสมาชิกในครอบครัวเป็นต้น
แต่เนื่องจากปีแรกที่เข้าประเทศญี่ปุ่นในปีแรกยังไม่มีรายได้ของปีก่อนเกิดขึ้นจึงเรียกเก็บเบี้ยประกันในอัตราที่ต่ำที่สุด
แต่เมื่อเข้าปีที่ 2 มีการปรับเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายให้เหมาะสมกับรายรับ
นอกจากนี้ผู้มีอายุ40ปีขึ้นไปแต่ไม่เกิน
65ปีจะต้องจ่ายเบี้ยประกันการดูแลยามชราเพิ่ม
(อ้างอิง I สวัสดิการอื่นๆ
2-1
ถ้าชำระค่าเบี้ยประกันไม่ตรงเวลาจะต้องคืนบัตรประกันสุขภาพและรับบัตรรับรองคุณสมบัติผู้ถือประกันซึ่งในระหว่างนั้นช่วงนี้จะต้องรับผิดชอบค่าแพทย์เองทั้งหมด (สามารถขอคืนเงินค่าแพทย์ที่จ่ายไปจากเทศบาลได้ภายหลัง)
ควรจ่ายเบี้ยประกันตามเวลาที่กำหนดไม่ควรจ่ายช้า สามารถขอลดหย่อนเบี้ยประกันได้ในกรณีประสบปัญหาการจ่ายเบี้ยประกัน อันเนื่องมาจากการเกิดอุบัติภัย ,ตกงาน หรือ ล้มละลาย เป็นต้น กรุณาปรึกษาผู้รับผิดชอบประกันสุขภาพประชาชนของเทศบาล
(6)
รายละเอียดและประเภทในการจ่ายเงินประกันสุขภาพของพลเมือง
| |
การแบ่ง |
|
| |
ประเภทการจ่ายเงิน |
|
| |
เมื่อเกิดการเจ็บป่วย |
|
|
|
| |
รับการรักษาพยาบาลโดยใช้บัตรผู้ประกันตน |
→ |
การจ่ายค่าแพทย์ |
|
| |
ตอนจ่ายค่าแพทย์ทั้งหมด |
→ |
ค่าแพทย์ |
|
| |
กรณีที่รับผิดชอบจ่ายค่าแพทย์สูงกว่าที่กำหนด |
→ |
ค่าแพทย์เป็นจำนวนเงินที่สูง |
|
| |
เมื่อถูกนำส่งในกรณีฉุกเฉิน |
→ |
ค่านำส่ง |
|
| |
เมื่อคลอดบุตร |
→ |
เงินฉุกเฉินกรณี
คลอดและเลี้ยงดูบุตร
300,000-380,000
เยน |
|
| |
เมื่อเสียชีวิต |
→ |
ค่างานศพ |
|
*เงินฉุกเฉินกรณีคลอดและเลี้ยงดูบุตร
กรณีที่ผู้ประกันตนคลอดบุตรจะได้รับเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน
300,000-380,000 เยน จำนวนเงินที่จ่ายแตกต่างกันขึ้นอยู่กับเทศบาลแต่ละแห่ง
(7) การแจ้งในกรณีต่างๆ
เมื่อเข้าประกันตนในระบบประกันสุขภาพของพลเมืองแล้วไม่สามารถลาออกได้โดยอัตโนมัติ
เมื่อเข้าประกันตนในระบบประกันสุขภาพของที่ทำงานแล้วจะต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ประกันสุขภาพของพลเมืองของเทศบาลภายใน
14 วัน
กรณีที่บัตรประกันสุขภาพหาย,เปื้อน,มีเด็กเกิดใหม่,เปลี่ยนหัวหน้าครอบครัว,ผู้ประกันตนเสียชีวิต
กรุณาดำเนินการแจ้งภายใน 14 วัน
กรณีเปลี่ยนแปลงการย้ายเข้าหรือย้ายออกก็จำเป็นต้องแจ้งเช่นเดียวกัน
กรณีการย้ายออกให้นำบัตรประกันสุขภาพไปที่เทศบาลที่ตนพักอาศัยอยู่จนถึงปัจจุบันแจ้งวันที่จะย้ายออก
และจะต้องแจ้งย้ายเข้ากับเทศบาลในเขตที่พำนักแห่งใหม่ภายใน
14 วัน
ก่อนออกจากประเทศญี่ปุ่นต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้าก่อน
สิ่งที่ต้องนำไปด้วยคือ บัตรประกันสุขภาพและตราประทับ
(สำหรับผู้มีตราประทับ) ,บัตรประจำตัวบุคคลต่างด้าว,ตั๋วเครื่องบิน
เป็นต้น
|