
ปัจจุบันอุบัติเหตุทางจราจรที่ชาวต่างชาติเป็นผู้ทำให้เกิดขึ้นกำลังเพิ่มจำนวนขึ้น
ไม่สามารถรู้ได้เลยว่าอุบัติเหตุทางจราจรจะเกิดขึ้นเมื่อไร,ที่ไหน
ขอแนะนำเกี่ยวกับประกัน เป็นต้น ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทางจราจร
5-1 อุบัติเหตุและการประกันรถยนต์
(1) กรณีที่เกิดอุบัติเหตุทางจราจรขึ้น
กรณีที่เป็นก่อเหตุอุบัติเหตุทางจราจรให้หยุดรถโดยทันที่
ทำการรักษาพยาบาลผู้ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้น หลังจากดำเนินการป้องกันอันตรายบนถนนแล้วแจ้งตำรวจ
| 1. การแจ้งตำรวจ |
| นำรถไปจอดในที่ปลอดภัยไม่ให้กีดขวางการสัญจรไปมา
แจ้งตำรวจโดยเร็ว(โทรศัพท์หมายเลข 110) กรณีที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บขอให้ดำเนินการเรียกรถพยาบาล
รับประกันความปลอดภัยให้กับผู้บาดเจ็บ |
| ↓ |
| 2. การตรวจสอบที่เกิดเหตุ |
| เมื่อตำรวจไปถึงจะทำการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ
ให้อยู่ในที่เกิดเหตุจนกว่าตำรวจจะมาถึง(ยกเว้นกรณีมีผู้ได้รับบาดเจ็บ)
ถ้าไม่ได้ปฏิบัติตามกฎ บางกรณีจะไม่ได้รับเงินประกัน |
| ↓ |
| 3. ยืนยันข้อมูลคู่กรณี |
| แจ้งชื่อนามสกุล,ที่อยู่ สำหรับติดต่อของท่านให้คู่กรณีทราบ
และให้คู่กรณีบอกข้อมูลให้ท่านทราบเช่นกัน |
| ↓ |
| 4. แจ้งบริษัทประกัน |
| ถ้าไม่แจ้งบริษัทประกัน บางกรณีจะไม่มีการจ่ายเงินประกันให้
เนื่องจากบริษัทประกันจะให้คำปรึกษาและพูดคุยกับผู้ได้รับบาดเจ็บต่อหลังจากเกิดอุบัติเหตุ
ดังนั้นควรเจรจากับผู้ได้รับบาดเจ็บผ่านทางบริษัทประกัน |
(2) กรณีเกิดอุบติเหตุทางจราจร
| 1. ตรวจสอบและให้ข้อมูลกับคู่กรณี |
| ควรตรวจสอบชื่อ-นามสกุล,ที่อยู่,หมายเลขโทรศัพท์
และทะเบียนรถของคู่กรณี และควรแจ้งตรวจสอบชื่อ-นามสกุล,ที่อยู่,หมายเลขโทรศัพท์
และทะเบียนรถของตนให้คู่กรณีทราบด้วย |
| ↓ |
| 2. แจ้งตำรวจ |
| แจ้งตำรวจที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ(โทรศัพท์หมายเลข
110) วันหลัง เนื่องจากจำเป็นจะต้องใช้เอกสารรับรองการเกิดอุบัติเหตุทางจราจรเพื่อรับเงินประกันความเสียหายจากคู่กรณีหรือบริษัทประกันดังนั้นจะต้องแจ้งตำรวจ |
| ↓ |
| 3. ไปโรงพยาบาล,จัดทำใบรับรองการตรวจ |
| จำเป็นจะต้องใช้สำหรับเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาลจากคู่กรณีในอุบัติเหตุ
หรือบริษัทประกัน ถึงแม้จะเป็นการบาดเจ็บเล็กๆน้อยๆก็ควรจัดทำใบรับรองการตรวจของแพทย์ |
| ↓ |
| 4. ทำใบรับรองการทำงาน |
| แจ้งนายจ้าง(บริษัท)กรณีที่ได้รับบาดเจ็บจนไม่สามารถทำงานได้แล้วให้นายจ้างออกใบรับรองการทำงานให้
จะต้องใช้ใบรับรองการทำงานเวลาดำเนินการเรียกเก็บเงินค่าเสียหายกรณีที่ต้องหยุดงานจากคู่กรณีหรือบริษัทประกัน |
*
ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทางจราจรขึ้นสามารถรับเงินชดเชยจากประกันชดเชยความเสียหายหรือประกันเพิ่มเติมของคู่กรณี
*
กรณีที่เกิดอุบัติเหตุระหว่างทำงานหรือระหว่างเดินทางไปทำงาน
จะได้รับเงินชดเชยจากประกันอุบัติเหตุในการทำงาน
(3) ประกันบังคับ
(ประกันชดเชยความเสียหายของรถยนต์)
ประกันมี 2 ประเภทคือ ประกันบังคับกับประกันเพิ่มเติม
ที่ญี่ปุ่น การที่ผู้ครอบครองรถทำประกันชดเชยความเสียหายจากอุบัติทางรถยนต์(ประกันบังคับ)ถือเป็นหน้าที่ทางกฎหมาย
เมื่อซื้อรถ หรือตรวจสอบสภาพรถจะดำเนินการทำประกันโดยอัตโนมัติ
ประกันนี้จะมีผลบังคับใช้เมื่อมีผู้อื่นเสียชีวิตระหว่างการขับขี่รถยนต์หรือจักรยานยนต์
จ่ายเงินชดเชยให้กับผู้เสียหายภายในยอดเงินที่กำหนด
มีประกันบางประเภทให้เงินชดเชยเป็นจำนวนมากขึ้นอยู่กับอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นประกันชดเชยความเสียหายจากอุบัติเหตุจากรถยนต์ให้การชดเชยเป็นจำนวนเงินที่กำหนดขั้นต่ำแต่อาจจะไม่เพียงพอ
ดังนั้นขอแนะนำให้ทำประกันเพิ่มเติม
(4) ประกันเพิ่มเติม
ประกันเพิ่มเติมคุ้มความเสียหายที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากการคุ้มครองของประกันบังคับให้ทำ เช่น ความเสียหายของทรัพย์สิน(ทรัพย์สินของบุคคลอื่นเสียหายเนื่องจากเกิดจากอุบัติเหตุ) และความเสียหายของรถยนต์(รถถูกขโมย) และจ่ายให้ถึงแม้ว่าจะเป็นผู้เสียหายที่อยู่ในความคุ้มครองของประกันชดเชยความเสียหายจากอุบัติทางรถยนต์หรือแม้แต่กรณีที่ ค่าชดเชยอุบัติเหตุมากกว่าที่ประกันชดเชยความเสียหายจากอุบัติทางรถยนต์คุ้มครอง
สามารถสมัครเข้าประกันเพิ่มเติมได้ที่บริษัทประกันของเอกชน
|