
2-2 ไต้ฝุ่น
เกิดพายุไต้ฝุ่นประมาณเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม
ฝนตกรุนแรงและลมพายุพัดรุนแรง บางครั้งอาจเกิดแผ่นดินถล่มและน้ำท่วม
นอกจากนี้ ยังเกรงว่าจะได้รับการบาดเจ็บจากสิ่งของที่ลมพัดปลิวมา
และ น้ำไหลบ่า
(1) ไต้ฝุ่น
พายุที่เกิดขึ้นจากความกดอากาศต่ำของเขตร้อนที่ลองจิจูดที่
100-180องศาด้านตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิก
หรือด้านตะวันออกของทะเลจีนใต้ ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางมากกว่า
17.2 m/s (เมตร ต่อ วินาที) เรียกว่าพายุไต้ฝุ่น
จำเป็นจะต้องระมัดระวังเนื่องจากจะก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากเหมือนกับพายุเฮอริเคน
และพายุไซโคลน
ความกดอากาศเฉลี่ยรอบๆประเทศญี่ปุ่นอยู่ที่
1013 hPa (hectopascal - เฮกโตปาสคาล) แต่ถ้าพายุไต้ฝุ่นมาถึงความกดอากาศจะต่ำลง
เมื่อความกดอากาศต่ำลงมีแนวโน้มที่ฝนจะตกแรงขึ้น
ที่ญี่ปุ่นลมพายุจะพัดทวนเข็มนาฬิกา
ความแรงลมด้านซ้ายมือจะมีความแรงมากกว่าด้านขวามือ
เนื่องจากเป็นลมที่ทำให้พายุและลม ความแรงของลม
ทิศทางการเคลื่อนตัวของไต้ฝุ่นหันไปด้านขวา
และเนื่องจากทิศทางของลมที่ทำให้เกิดการหมุนของไต้ฝุ่นกับลมที่ทำให้ไต้ฝุ่นเคลื่อนตัวมีทิศทางเดียวกัน
ดังนั้นความแรงลมด้านขวามากกว่าด้านซ้าย ควรเตรียมรับมือกับไต้ฝุ่นโดยการดูพยากรณ์อากาศเนื่องจากบริเวณที่ได้รับความเสียหายของไต้ฝุ่นจะเปลี่ยนไปตามเส้นทางของไต้ฝุ่น
นอกจากนี้จะต้องระวังน้ำขึ้นที่ริมทะเลเนื่องจากความกดอากาศต่ำจะทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นและความเร็วของลมเพิ่มขึ้น
เมื่อความกดอากาศลดต่ำลง1hPa ความสูงของน้ำทะเลจะเพิ่มขึ้น
1 ซ.ม. ไม่ควรเข้าทะเลในช่วงเวลานั้นเนื่องจากจะได้รับความเสียหายอย่างหนักจากระดับน้ำทะเลที่เอ่อท้นเข้ามา
(2) ความแรงของลม
ความแรงของลมจากพายุไต้ฝุ่น
วัดจากความเร็วลมสูงสุด โดยอ้างอิงความกดอากาศใกล้จุดศูนย์กลาง
| ประเภทของความรุนแรง |
ความกดอากาศที่ศูนย์กลาง (hPa) |
ความเร็วลมสูงสุด |
| ไต้ฝุ่นความรุนแรงต่ำ |
990~ |
17.2~25m |
| ไต้ฝุ่นความรุนแรงปกติ |
950~989 |
25~33m |
| ไต้ฝุ่นความรุนแรงสูง |
930~949 |
33~45m |
| ใต้ฝุ่นความเร็วแรงสูงมาก |
900~929 |
45~50m |
| ใต้ฝุ่นความเร็วสูงสุด |
~900 |
มากกว่า50m |
(3) ระดับของไต้ฝุ่น
(ขนาด)
ขนาดของไต้ฝุ่นระบุไว้ดังต่อไปนี้
[ขอบเขตพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลพายุ]
คือ พื้นที่ที่พายุมีความเร็วลม 15m/s ถ้าความเร็วลมพัดแรงกว่านั้น
เรียกว่า [พื้นที่พายุ]
| ระดับ |
ขอบเขตพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลพายุ |
| (ไม่ระบุ) |
ไม่เกิน500km |
| ใหญ่พอสมควร
/ ขนาดใหญ่ |
เกิน 500kmแต่ไม่เกิน 800km |
| ใหญ่มาก
/ ใหญ่มากที่สุด |
มากกว่า800km |
(4) ความแรงของลม
ความแรงลมจากพายุไต้ฝุ่นและการคาดคะเนความเสียหายมีดังต่อไปนี้
| ความเร็วลมเฉลี่ย |
ผลกระทบกับคน / ความเสียหายต่อสิ่งก่อสร้าง
เป็นต้น |
| ความเร็วลม10m/s |
กางร่มไม่ได้ สังกะสี หรือป้ายที่ยึดไม่สนิทเริ่มปลิว |
| ความเร็วลม15m/s |
โรงเรือนที่คลุมด้วยพลาสติกเสียหาย สังกะสีหรือป้ายเริ่มปลิว |
| ความเร็วลม20m/s |
เด็กแทบจะถูกพัดปลิว ถ้าไม่เอนตัวประมาณ
30องศาก็จะไม่สามารถยืนได้ |
| ความเร็วลม25m/s |
กิ่งไม้ขนาดเล็กหัก บานเกล็ดเริ่มได้รับความเสียหาย
กระจกแตกเนื่องจากถูกกระทบจากของที่ลมพัดมา
กระเบื้องหลังคาปลิว,เสาโทรทัศน์,ปล่องไฟหัก
อิฐกำแพงเสียหาย ,อุปกรณ์ต่างๆที่ยึดติดไม่แน่นอยู่ภายนอกอาคารหลุดออก
และเริ่มปลิว |
| ความเร็วลม30m/s |
บานหน้าต่างกันฝนหลุดออก หลังคาถูกพัดปลิว,บ้านที่ทำจากไม้เริ่มพัง,เสาไฟฟ้าล้ม |
| ความเร็วลม35m/s |
รถไฟและรถโดยสารขนาดเล็กล้ม |
| ความเร็วลม40m/s |
ถ้าไม่เอนตัว 45องศาก็จะไม่สามารถยืนอยู่ได้,หินก้อนเล็กถูกพัดปลิว |
| ความเร็วลม50m/s |
บ้านที่ทำจากไม้ส่วนใหญ่พังลงมา ต้นไม้โค่นลง |
| ความเร็วลม60m/s |
โครงเสาเหล็กงอได้ |
(5) การบ่งชี้ระดับปริมาณฝนที่ตกลงมา
ปริมาณน้ำจากพายุไต้ฝุ่นและสภาพการณ์จริงเป็นดังต่อไปนี้
| ปริมาณน้ำฝนต่อ1ชั่วโมง |
สภาพการณ์จริง |
| 5~10㎜ |
มีน้ำขัง ได้ยินเสียงฝนตก |
| 10~20㎜ |
บางครั้งเสียงฝนตกทำให้ไม่ได้ยินเสียงพูดคุย
ถ้าฝนตกเป็นระยะเวลานานจำเป็นต้องระวังภัยธรรมชาติ |
| 20~30㎜ |
น้ำล้นจากท่อระบายน้ำ น้ำในแม่น้ำสายเล็กเอ่อท่วม
อันตรายจากหน้าผาถล่ม |
| มากกว่า
30 mm |
ฝนตกหนักขนาดทำให้ถังใส่น้ำพลิกคว่ำ ควรเตรียมอพยพ
ถ้าคิดว่าอันตรายให้อพยพออกจากพื้นที่เอง |
(6) เมื่อมีไต้ฝุ่นเข้า
1.
ถ้ามีกระจกบังฝนหรือบานเกล็ดให้ปิด |
2.
ไม่ออกไปด้านนอกเวลามีลมแรง |
3.
ตรวจสอบข้อมูลสภาพอากาศล่าสุดอยู่เสมอ ถ้ามีการประกาศให้อพยพ
ให้ดำเนินการอพยพอย่างรวดเร็ว |
4.
อย่าเข้าไปใกล้สายไฟที่ห้อยลงมา หรือเสาไฟฟ้าที่ล้มอยู่ |
|